บุหรี่
26/ 07/ 2557 2,027
450 ปี บุหรี่เสพติดกว่าจะรู้

 

ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด หากจะโทษใครซักคน อาจจะต้องเริ่มต้นจาก นายคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส คนที่ค้นพบอเมริกานี่แหละ ถิ่นแรกที่โคลัมบัสค้นพบยาสูบนั้นอยู่ที่เกาะบาฮาม่า เป็นท่าเรือที่สามารถเอาเรือเข้าไปจอดได้ เรียกว่า เมือง San Salvador สิ่งที่โคลัมบัสเห็นคือ ชาวอินเดียนแดงดื่มควัน (Drinking Smoke) จากท่อยาวๆ หรือไม่ก็มวนเป็นท่อน โดยการสูบยาของชนเผ่านี้ก็เพื่อใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เขาจึงได้ทดลองดูบ้าง ความรู้สึกหลังจากได้ทดลองสูบก็คือ หูตาสว่างกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที อาจมาจากการกระตุ้นด้วยสารนิโคติน แต่เมื่อพอลองสูบไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้อยากสูบมากขึ้น เพราะสูบทีไรก็จะหายง่วงนอน หูตาสว่างทุกที

เขาจึงตัดสินใจนำเจ้าสิ่งที่เรียกว่า ยาสูบนี้กลับมาฝากเจ้านายที่ประเทศสเปน แต่ในตอนแรกที่นำกลับมานั้นยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นกรรมวิธีของคนป่าเถื่อน แต่เมื่อโคลัมบัสสูบ ผู้คนก็ทยอยทำตามบ้าง จึงมีคนติดยาสูบเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่แพร่หลาย เพราะพระผู้ใหญ่ทางศาสนาห้ามเอาไว้

 ต่อมาในสมัยควินอลิซาเบธที่ 1 ได้นำยาสูบเข้ามาสูบในราชสำนัก พระนางเห็นว่าคนที่สูบนั้นทำให้ดูดี ดูมีฐานะ เลยทรงลองสูบบ้าง ในตอนนั้นจึงกลายเป็นแฟชั่นที่แพร่หลายในหมู่ผู้ดีจนถึงดาราหนังดังๆหลายเรื่อง จนกระทั่งการสูบบุหรี่เริ่มแพร่หลายกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 ต่อมาจึงเริ่มมีการปลูกยาสูบในประเทศบราซิลซึ่งเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสในทวีปอเมริกาใต้ เพื่อเป็นสินค้าส่งออก เป็นผลให้ยาสูบแพร่หลายเข้าไปในประเทศโปรตุเกสและสเปนตามลำดับ จนในที่สุดชาวอังกฤษประสบผลสำเร็จในการปลูกยาสูบเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก และได้ส่งออกผลผลิตไปยังประเทศอาณานิคมเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้ 200 ปีต่อมา การทำไร่ยาสูบเชิงพาณิชย์จึงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วโลก…

            หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นการสูบบุหรี่ในประเทศต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปกติ การสูบบุหรี่กลายเป็นแฟชั่นและถือเป็นค่านิยมแพร่หลายกันทั่วไป ในยุคนั้น ผู้คนยังไม่รู้ว่าบุหรี่มีอันตรายหรือไม่ จึงมีการเผยแพร่โฆษณาบุหรี่อย่างแพร่หลาย การโฆษณาบุหรี่บางชิ้นมีการใช้เด็กโฆษณา ทำให้คนรู้สึกว่า การมอบบุหรี่เป็นของขวัญถือเป็นค่านิยมอย่างหนึ่ง บุคคลในสาขาวิชาชีพสาธารณสุขและสุขภาพ ถูกดึงมาใช้ในการโฆษณาสินค้าบุหรี่ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็มีส่วนทำให้การสูบบุหรี่แพร่ระบาดไปทั่วโลก จากการที่พระเอกและนางเอกเกือบทุกคนสูบบุหรี่ การโฆษณาการสูบบุหรี่ในเครื่องบิน ในโรงแรมหรู การสูบในสนามกีฬา และในที่อื่น ๆ ถูกใช้เพื่อสร้างกระแสให้เกิดค่านิยมที่ทำให้คนรู้สึกว่า การสูบบุหรี่เป็นเรื่องของคนมีระดับ… ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน อุตสาหกรรมยาสูบจึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ในประเทศไทยมีการใช้ยาสูบตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว โดยเริ่มต้นจากชาวเปอร์เซียเป็นผู้นำเข้ามา คนไทยชอบใช้ยาสูบชนิดกลิ่นแรงทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยได้ยาสูบมาจากเมืองมะนิลา ในหมู่เกาะฟิลิปปินส์บ้าง ประเทศจีนบ้าง และจากที่ปลูกในประเทศเราเองด้วยเช่นกัน ซึ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ได้ทรงประดิษฐ์บุหรี่ก้นป้านขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสูบยากับหมากพร้อมกัน  แต่เดิมนั้นคนไทยจะเรียกยาสูบเป็นคำกลางๆ ว่า “ยา” และใช้คำว่ายาไปประกอบกับคำอื่น ๆ   ที่บอกลักษณะของยาสูบแต่ละประเภท  เช่น  ยาเส้น  ยาฉุน  ยาจืด  ยามวน  เป็นต้น ซึ่งอาจเข้าใจได้ว่า ยาสูบในระยะแรกคงไม่มีความหมายในเชิงลบเช่นกัน เพราะคนไทยสมัยก่อนใช้ยาสูบในการบำบัดรักษาโรค  เช่น  ใช้ใบรักษาฝี  ห้ามเลือด  ใช้สูบเพื่อรักษาโรคหืดหรือบดใบยาสูบทำยาฆ่าแมลง  ทั้งนี้เพราะสารนิโคตินในใบยาสูบมีคุณสมบัติในการฆ่าสิ่งมีชีวิตสามารถใช้ผสมยารักษาสัตว์และที่สำคัญคือ มีผลกระตุ้นระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายทำให้เกิดการผ่อนคลายรู้สึกสบายใจในขณะสูบ โดยที่ยังไม่รับรู้ถึงผลเสียที่จะตามมาในอนาคต  จึงทำให้เกิดอุตสาหกรรมในการผลิตบุหรี่จำหน่ายหลากหลายยี่ห้อขึ้นซึ่งในช่วงนี้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วงการแพทย์สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า “การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอดและโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ” ประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา เพราะในขณะนั้นมีชาวอเมริกาสูบบุหรี่อยู่ถึง 50 ล้านคน อีกทั้งอเมริกาเป็นผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ของโลก ปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ได้ถูกเปิดเผยจากวงการแพทย์ต่างๆ ทั่วโลกอย่างมากมาย แต่ด้วยฤทธิ์ของการเสพติดของบุหรี่จึงไม่อาจทำให้ผู้สูบบุหรี่ยากที่จะเลิกได้ง่าย ๆ ลูกค้าของบุหรี่คนแล้วคนเล่าต้องเจ็บป่วยและล้มตายไป ทำให้บริษัทบุหรี่จึงพยายามหาลูกค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา… ถึงแม้จะรู้ถึงพิษภัยและการเสพติดของบุหรี่ แต่โลกทั้งโลกก็ไม่สามารถหยุดผลิตบุหรี่ได้ทันทีเหมือนสินค้าอื่น ๆ เพราะหากประเทศใดหยุดผลิตบุหรี่ บุหรี่จากต่างประเทศก็ไหล่บ่าเข้าไปในประเทศนั้น คนก็ยังสูบต่อไปและยังทำให้เสียดุลการค้าอย่างมหาศาล

ความเป็นมาของบุหรี่หรือยาสูบ ใช้เวลายาวนานกว่า 450 ปี จึงจะเพิ่งค้นพบว่า สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดตอนนี้คืออะไรหรือ.. ควรเริ่มจากตัวเราเอง.. ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำคืออะไร มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะทำหรือไม่ทำแค่นั้นเอง..

 

นางสาวปฐมาวัลย์ วิภูษณพันธุ์  คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

26/ 07/ 2557 2,027
ย้อนกลับ